ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
มีนาคม 24, 2017, 05:02:50 am
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: เชิญเพื่อนๆทุกท่านสมัครสมาชิก และ เข้ามาพบปะ พูดคุยกัน ฝากขาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรูปภาพ ผ่านหน้าเว็บบอร์ดได้เลยครับ.....


+  ANT-MARKET ตลาดการค้าออนไลน์ และ สังคมของคนรุ่นใหม่
|-+  หมวดหมู่ทั่วไป
| |-+  รถแต่งมีนบุรี Minburee Racingclub
| | |-+  สำหรับคนที่คิดจะติดไฟ Xenon
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: สำหรับคนที่คิดจะติดไฟ Xenon  (อ่าน 8160 ครั้ง)
The Charger
BBC - Battery Charger
Administrator
สุดยอดโคตรเทพประจำบอร์ด
********
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 962


www.intertech-thailand.com

gene_love4u@hotmail.com
อีเมล์
« เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2009, 11:28:48 pm »

มารู้จักกับไฟ XENON กันอีกหน่อย...
       
        ใครๆ ก็เคยได้ยินชื่อไฟซีนอน (อ่านว่า ซี-น่อน) หลายสื่อเคยนำเสนอ แต่อาจซับซ้อนจนงง บางคนเข้าใจผิดว่าซีนอนสว่างมากจนแยงตา หรือเป็นของเล่นราคาแพงเพราะถ้าจะติดเพิ่มต้องจ่ายหลายหมื่นบาท
         
         ไฟซีนอน ถูกนำมาใช้ในรถอย่างจริงจังเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เริ่มต้นจากรุ่นราคาแพงหลายล้านบาท ก็เริ่มขยับถูกนำมาในรถราคาถูกลง แม้กระทั้งรถปิกอัพบางยี่ห้อก็มีใช้ แต่ก็ยังไม่แพร่หลาย ถือว่ามีใช้ในรถบางรุ่นเท่านั้น ถ้าไม่นับรถปิกอัพก็จะมีแต่รถคันละล้านกว่าบาทขึ้นไปที่มีใช้ไฟซีนอน จึงเหมือนเป็นระบบไฟพิเศษราคาแพง ยากที่จะได้ใช้ แต่ก่อนถ้าจะติดตั้งเพิ่มเติมก็ชุดละเป็นหมื่นบาท หลายคนจึงรู้จักไฟซีนอนเพียงผิวเผิน รู้แต่ว่ามีใช้ในรถราคาแพงและสว่างดี ส่วนการทำงานจริงเป็นอย่างไร หรือติดตั้งเพิ่มได้
ไหม จะรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว
       
        คนในยุคนี้ คุ้นเคยกับหลอดไฟแบบฮาโลเจน หลอดแบบมีไส้ภายในบรรจุก๊าซฮาโลเจน (ไม่ใช่เรียกเพี้ยนๆ แบบบางคนว่า หลอดไฮโดรเจน) ซึ่งแตกต่างแค่รายละเอียดด้านขนาด รูปทรงของฐาน ความสว่าง หรือจำนวนของไส้ โดยมีรหัสเรียก เช่น H1 H2 H3 H4 มีราคาตั้งแต่หลอดละ 50 บาท ไปจนถึงหลอดไฟของแต่ง ราคาหลอดละเป็นพันบาท
       
        เปรียบเทียบการทำงานแบบง่ายๆของหลอดฮาโลเจนก็คือ หลอดไฟแบบมีไส้จ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าไป ทำให้ไส้ร้อนเปล่งแสงผ่านก๊าซที่ชื่อ ฮาโลเจนที่บรรจอยูในหลอดรอบตัวไส้ ถ้าหลอดแตกจนก๊าซรั่วหรือไส้ขาดก็เสีย รับไฟ 12 โวลต์ตรงๆจากระบบปกติของรถ การเปิดให้สว่างก็แค่จ่ายกระแสไฟเข้าไปแสงจะสว่างขึ้นอย่างฉับไว แบบเดียวกับที่กะพริบไฟสูงหากยังงงให้นึกถึงหลอดไฟที่ใช้ในบ้านเป็นหลอดกลมๆ ทรงคล้ายน้ำเต้า มีไส้ต่อไฟโดยตรงนั่นเอง แสงของไฟมักจะสว่างแบบอมเหลืองดูโปร่งๆ

        ส่วนหลอดไฟซีนอน ภายในบรรจุก๊าซชื่อ ซีนอน ไม่มีไส้โดยตรงแบบฮาโลเจน ทำงานคล้ายกับหลอดไฟนีออนที่ใช้ในบ้านต้องมีตัวแปลงและควบคุมกระแสไฟเรียกว่า บัลลาร์ด เป็นกล่องคั่นระหว่างสายไฟปกติ ก่อนต่อเข้าตัวหลอด แสงจะออกมานวลๆ

        การเปิดให้หลอดซีนอนสว่าง ตัวบัลลาร์ดจะสร้างกระแสไฟฟ้าระดับ 20,000 กว่าโวลต์ ส่งเข้าไปยังตัวหลอดเพื่อจุดในครั้งแรก และในอีกประมาณ 1-2 วินาที ก็จะลดกระแสไฟฟ้าลงเหลือ 12 โวล์ต (หรือไม่กี่สิบโวลต์) ต่อเนื่องไป

        สรุปง่ายๆ ว่า ระบบไฟซีนอน มีกระแสไฟเป็นหมื่นโวลต์ถูกสร้างขึ้นด้วยกล่องบัลลาร์ดในช่วงสั้นๆ เพื่อจุดหลอดให้สว่างเท่านั้น ต่อจากนั้นก็จะลดไฟลงมาเหลือไม่กี่สิบโวล์ตคงความสว่างไว้ตัวหลอดซีนอน จะต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 วินาที กว่าจะสว่างเต็มที่หลังจากจุดครั้งแรก จึงทำให้ถูกใช้แต่หลอดไฟต่ำ แต่ไม่ใช้กับไฟสูง เพราะสว่างไม่ทัน ถ้ามีการกะพริบไฟหรือเปิดไฟสูงในทันที ไฟซีนอนที่มีทั้งไฟต่ำและสูง จึงไม่ใช่เป็นการแยก 2 หลอดจุดหลอดใหม่ แต่ใช้หลอดเดียวต่อข้าง สว่างตลอด และใช้การเลื่อนตัวหลอดหรือตัวบัง ให้เปลี่ยนเป็นไฟต่ำหรือสูงได้ในหลอดที่สว่างตลอดอยู่หลอดเดียว

        สรุป คือ ฮาโลเจน คล้ายกับหลอดไฟกลมที่ใช้ในบ้าน ต่อไฟเข้าไปโดยตรงเลย ส่วนซีนอนคล้ายกับหลอดนีออนที่บ้าน ไม่มีไส้ และต้องมีตัวแปลงไฟหรือบัลลาร์ด
         
ทีนี้มาดูระดับค่า K กันบ้าง

         1. ค่า K ที่เขาใช้โฆษณา เช่น 7000K หรือ 12000K นั้น ไม่ใช่ตัวที่บ่งบอกถึงความสว่าง แต่เป็นค่าที่ใช้บอกเฉดสีของแสง
        2. ความสว่างมีหน่วยเป็นลูเมนส์ (lm) แต่ค่า K หรือเคลวิน เป็นหน่วยของอุณหภูมิสี (Color Temperature)
        3. ค่า K ของ HID จะแปรผกผันกับความสว่าง
        4. HIDที่สว่างที่สุดคือ 4100K ซึ่งเป็น OEMของรถทั่วโลกโดยมีค่าความสว่างอยู่ที่ 3200 ลูเมนส์
        5. HID 5800K จะสว่างแค่ 2400 ลูเมนส์
        6. HID 8000K จะสว่างเพียง 2000 ลูเมนส์เทียบกับ1700 ลูเมนส์ของหลอดฮาโลเจน100 วัตต์
        7. HID 12000K จะมีค่าความสว่างต่ำกว่า 2000 ลูเมนส์ (ผมเดาเอาว่าอยู่แถวๆฮาโลเจน 100 วัตต์นั่นแหละ)
        8. HID 12000K-30000K จะเป็นแสงสีม่วงที่เราคุ้นเคยกันในชื่อแสง
"อุลตร้าไวโอเลต"(Ultra Violet)หรือ"แบล็คไลท์"(Black Light)(คิดดูสิว่าจะมองเห็นอะไรชัดเจนมั้ย โดยเฉพาะเวลาฝนตก)   
        9. HID 12000K แม้จะมีความสว่างเท่ากับหลอดฮาโลเจน หรือใกล้เคียง แต่มีข้อเสียมากกว่าคือ แสงฟุ้งกว่า ซึ่งเป็นธรรมชาติของแสงสีน้ำเงิน/ม่วง ทำให้ย้อนตาคนที่ขับรถสวนทางมา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้แสงสีน้ำเงิน/ม่วงของ HID 12000K ยังทำให้เราต้องใช้สายตาเพ่งมองวัตถุ เช่น ถนน มากกว่าปกติด้วย ทำให้เกิดอาการล้าทางสายตาได้ง่ายและเร็วกว่า

บันทึกการเข้า

BBC - Batery Charger
www.intertech-thailand.com
Tel : 087-816-3113
chiro
VIP
เทวดาประจำบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 864



อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2009, 11:33:23 am »

สนใจวัดความสว่าง หรือสอบเทียบ ของหลอดไฟ ส่งได้ครับ ที่เมก้า คาลิเบรชั่น เซอร์วิส  Grin Grin Grin
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!